ถึงเวลาต้องตรวจสภาพ รถกระบะรับจ้าง แล้วหรือยัง

ถึงเวลาต้องตรวจสภาพ รถกระบะรับจ้าง แล้วหรือยัง เมื่อคุณมีรถยนต์ที่ใช้งานแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นของส่วนตัวอย่างแท้จริง สิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างมาก ก็คือ “การเสียภาษีประจำปี” ณ กรมการขนส่งทางบก หรือ หน่วยงานขนส่ง ณ จังหวัดมาตุภูมิ ของเจ้าของรถยนต์ ซึ่งทางเราจะมาบอกรายละเอียดว่า ต้องเตรียมอะไรไปบ้าง และมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอะไรบ้างในการตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี ดังกล่าว

รถยนต์แบบไหนที่ต้องตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี
หากถามว่ารถยนต์แบบไหนด้วยแล้ว เราบอกได้เลยว่า เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ทั้งไม่เกิน 7 คน และ เกิน 7 คน ที่มีอายุการใช้งาน 7 ปี เป็นอย่างน้อย ที่จะต้องเข้ารับการตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี

ไปตรวจสภาพรถที่ไหน
ในส่วนนี้ สามารถขับไปให้ ณ สถานตรวจสภาพรถเอกชน หรือ ตรอ. ที่ได้รับอนุญาตจาก “กรมการขนส่งทางบก” เท่านั้น นอกจากนี้ เจ้าของรถยนต์ สามารถนำรถไปตรวจสภาพรถล่วงหน้าได้ ซึ่งจะต้องไม่เกิน 3 เดือน ก่อนถึงวันหมดอายุภาษีประจำปี

ค่าใช้จ่ายในการตรวจสภาพรถยนต์
หากถามว่าราคาเท่าไหร่นั้น ก็ต้องทราบก่อนว่า รถยนต์ของคุณเอง เป็นประเภทไหน ซึ่งมีแบ่งได้ 2 ราคา คือ

– รถยนต์น้ำหนักรถเปล่า ไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม จะตีราคา อยู่ที่คันละ 150 บาท
– รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่า เกิน 1,600 กิโลกรัม จะตีราคา อยู่ที่คันละ 250 บาท

พร้อมกันนี้ เจ้าของรถยนต์ ต้องเอาสมุดคู่มือทะเบียนรถไปยืนยันเจ้าของอย่างแท้จริง เมื่อผ่านการตรวจสภาพรถแล้ว ทาง ตรอ. จะให้ใบรับรองการตรวจสภาพรถ ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ทันที หากไม่ผ่าน ทาง ตรอ. จะชี้จุดให้แก้ไข และดำเนินการให้เสร็จภายใน 15 วัน ซึ่งคุณจะเสียค่าใช้จ่ายเพียงครึ่งเดียว

นับอายุการใช้งานอย่างไร ว่าใกล้เวลานำรถไปตรวจสภาพรถได้แล้ว
ในส่วนนี้ ทางหน่วยงาน จะนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก ถึงวันสิ้นสุดของอายุภาษีประจำปี เป็นตัวตั้งเสมอ ซึ่งฉะนั้น เราควรนำรถไปตรวจสภาพรถตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่า จะได้ไม่วุ่นวายภายหลัง

หากอายุภาษีประจำปีขาดเกิน 1 ปี ต้องทำอย่างไร ในการนำรถมาตรวจสภาพรถ
เป็นเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เมื่อรถของคุณ อายุภาษีประจำปีขาดเกินกำหนด แต่หากเกิน 1 ปีแล้วไซร้ ควรนำรถยนต์ของคุณเอง ไปตรวจที่หน่วยงานของกรมการขนส่ง ได้ พร้อมสมุดคู่มือทะเบียนรถไปด้วยเสมอ