ผู้เชี่ยวชาญอธิบายเรื่องขีปนาวุธที่ถูกชี้ว่าทำเครื่องบินยูเครนตกในอิหร่าน

แคนาดาระบุว่า เครื่องบินยูเครนที่ตกในอิหร่านถูกขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศยิงตก ขณะที่ยูเครนเผยว่ากำลังสอบสวนข่าวเรื่องพบซากขีปนาวุธตอร์ เอ็ม1 (Tor-M1) ที่ผลิตในรัสเซียในจุดที่เครื่องบินตก

สหภาพนักวิทยาศาสตร์อเมริกันที่วิจัยและวิเคราะห์ภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงสหรัฐและโลกอธิบายว่า ขีปนาวุธตอร์หรือที่องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโตเรียกว่า เอสเอ-15 กอนต์เล็ต (SA-15 Gauntlet) เป็นระบบป้องกันเป็นจุดแบบพิสัยใกล้ที่รวมเครื่องยิงขีปนาวุธและเรดาร์ไว้ในยานยนต์เดียว ออกแบบให้สามารถเคลื่อนที่และทำลายเป้าหมายที่ระดับความสูง 6,000 เมตร ในระยะ 12 กิโลเมตร แต่ต้องเห็นเป้าหมายบนจอเรดาร์จึงจะสามารถโจมตีได้ เครื่องบินทหารและขีปนาวุธที่เป็นเป้าหมายของตอร์จึงมักกำหนดเส้นทางให้เลี่ยงการไปปรากฏบนจอเรดาร์ของตอร์ รวมทั้งติดตั้งอุปกรณ์หลอกเพื่อทำให้เรดาร์สับสนและพลุไฟที่เป็นตัวหลอกขีปนาวุธแบบตัวจับจากความร้อน

อดีตเจ้าหน้าที่ป้องกันภัยทางอากาศยุโรปเผยว่า เครื่องบินพาณิชย์ทุกลำไม่มีอุปกรณ์หลอกและต้องปรากฏบนจอเรดาร์พลเรือนของท่าอากาศยานใกล้ที่สุด รวมทั้งหน้าจอเรดาร์ของตอร์ด้วย ขณะเดียวกันท่าอากาศยานต้องส่งแผนการบินและรหัสเครื่องส่งสัญญาณของเครื่องบินพาณิชย์ทุกลำให้แก่หน่วยงานทางทหารที่อยู่โดยรอบ เปิดช่องให้ผู้ควบคุมตอร์เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้เช่นกัน การยิงเครื่องพาณิชย์ของศัตรูจึงทำได้อย่างง่ายดาย

นักวิจัยสถาบันนานาชาติศึกษามิดเดิลบรีเผยว่า ตอร์นำวิถีด้วยเรดาร์ มีความเร็วกว่าเสียงเกือบ 3 เท่า หากเล็งเป้าหมายในระยะ 5 กิโลเมตร ก็จะไปถึงได้ภายในเวลาเพียง 5 วินาที จึงยากที่นักบินจะสังเกตได้ทัน นอกจากนี้ยังสามารถติดหัวรบขนาด 15 กิโลกรัมที่ออกแบบให้มีกระสุนลูกปรายเมื่อยิงถูกเป้าหมาย และสามารถโจมตีเป้าหมายสองเป้าได้ในเวลาเดียวกันเพราะยิงได้สูงสุดครั้งละ 2 ลูก อิหร่านซื้อขีปนาวุธนี้จากรัสเซียในช่วงกลางคริสต์ทศวรรษหลังปี 2000 ช่วงนั้นทำให้สหรัฐกังวลอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่สหรัฐคนหนึ่งเผยว่า มีข้อมูลชี้ว่าช่วงที่มีการตรวจพบสัญญาณความร้อนจากขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศ เครื่องบินสายการบินยูเครนอินเตอร์เนชันนัลแอร์ไลน์กำลังอยู่ในอากาศประมาณ 2 นาที จากนั้นเครื่องบินก็ระเบิดทันที