รถรับจ้าง คราบของเหลว ที่หยดใต้ท้องรถ

รถรับจ้าง คราบของเหลว ที่หยดใต้ท้องรถ คราบของเหลว ที่รั่วหยดใต้ท้องรถยนต์ อาจเป็นเหตุบอกว่ารถยนต์ที่ใช้งานอยู่นั้นเริ่มมีอาการผิดปกติซึ่งเราควรหมั่นสังเกตใต้ท้องรถอยู่เสมอ วันนี้จะไปดูกันว่าของเหลวที่เราพูดถึงนั้นสามารถบอกอะไรเราได้บ้าง

1. รอยหยดน้ำ
โดยปกติเรามักจะเห็นจะเป็นน้ำแอร์จากตู้คอยล์เย็น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่หากน้ำที่หยดมีปริมาณมากเกินกว่าปกติอาจจะเป็นรอยรั่วของหม้อน้ำหรือสายยางของทางเดินน้ำ

2. รอยคราบของเหลวสีออกแดง
รอยน้ำมันที่รั่วเป็นสีออกแดงให้สันนิษฐานก่อนเลยว่าเป็นน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ และ น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์

3. รอยคราบของเหลวสีดำหรือสีน้ำตาล
รอยน้ำมันที่รั่วเป็นสีใสหรือขุ่นดำให้สันนิฐานได้ว่าเป็นน้ำมันเครื่องรั่ว
แต่หากรอยน้ำมันมีความเหนียวและหนืดมากเป็นน้ำมันเกียร์ธรรมดา หรือ น้ำมันเฟืองท้าย

4. รอยคราบของเหลวสีเขียว
แสดงว่าระบบหล่อเย็นมีปัญหา ต้องตรวจสอบหม้อน้ำ วาวล์น้ำ ท่อต่างๆ และปั๊มน้ำ หากพบว่ามีรอยรั่วซึมให้รีบนำรถเข้าศูนย์ทันที

หากเพื่อน ๆ พบว่ามีคราบรอยรั่วใต้ท้องรถให้รีบตรวจเช็คไม่ควรปล่อยปะละเลย แนะนำว่าทางที่ดีควรจะนำรถเข้าเช็คทันที ก่อนที่ปัญหารอยรั่วนั้นจะบานปลายไปยังส่วนอื่น ๆ ซึ่งอาจจะทำให้เสียเงินในการบำรุงรักษาไม่น้อยอีกทั้งยังต้องเสียเวลาซ่อมกันอีกยาว

การที่รถยนต์ใช้งานน้อย ไม่ว่าจะเป็นการจอดทิ้งไว้เป็นเดือน หรือมีระยะขับขี่น้อย ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องไหม?

รถไม่ค่อยได้ใช้งาน ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องไหม?น้ำมันเครื่องที่เปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะทาง (หรือเวลา) ที่กำหนดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ซึ่งก็เปรียบเสมือนการคืนความสดชื่นให้กับเครื่องยนต์

การที่รถยนต์ใช้งานน้อย ไม่ว่าจะเป็นการจอดทิ้งไว้เป็นเดือน หรือขับใช้งานในเมือง ที่มีการจราจรหนาแน่น ทำให้ระยะที่ขับขี่น้อย ถือว่าน้ำมันหล่อลื่นทำงานหนัก เพราะการจอดรถทิ้งไว้นาน ๆ จะเกิดการปนเปื้อนของน้ำในอากาศ ทำให้สารเพิ่มคุณภาพเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้น้ำมันเครื่องเสื่อมคุณภาพเร็วขึ้น อีกทั้งการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น น้ำมันเครื่องก็ยังคงทำงานตลอดเวลาทั้งขณะรถติด และรถวิ่ง ดังนั้น จึงเป็นการควรที่จะพิจารณาระยะทางที่ขับขี่ ควบคู่ไปกับระยะเวลาที่เปลี่ยนถ่ายด้วย

ผลที่อาจจะเกิดขึ้นกับรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้นานๆ

เครื่องยนต์ที่หยุดการเคลื่อนไหวนานๆสารหล่อลื่นที่เคลือบไว้อาจจะแห้งมากจนบางครั้งอาจจะมีคราบขึ้นมาแทนได้พอมาใช้อีกครั้งก็อาจจะทำให้สึกหลอได้มากว่าปรกติหรือสารหล่อลื่นอาจจะหมดสภาพได้ทางที่ดีถ้าจอดทิ้งไว้นานมากอาจะทำการเปลี่ยนสารหล่อลื่นหรือน้ำมันเครื่องใหม่ก่อนแล้วค่อยใช้งานก็จะดีครับ
อย่างน้อยๆ ก็ควรที่จะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุกๆ 6 เดือนหรือทุก 10,000 กิโลเมตร เพราะทุกครั้งที่เครื่องยนต์ทำงาน ภายในเครื่องยนต์จะมีคราบเขม่าและความชื้นจากการเผาไหม้ตกค้างอยู่นั่นเอง และความชื้นกับชิ้นส่วนต่างๆ ที่เป็นโลหะนั้นก็ไม่ค่อยจะถูกกันซะด้วยซิครับ ถึงจะจอดนิ่งๆ ก็เลี่ยงเรื่องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันไม่ได้เหมือนกัน